เข้าสู่ระบบ!!
หน้าแรก สินค้า เว็บบอร์ด เกี่ยวกับเรา บทความ วิธีการชําระเงิน ติดต่อเรา
ภาษาไทย | English
 
Mobile   PDA  
ค้นหา:
สมัครสมาชิก   รถเข็น
สถิติของเวบไซต์
 
 
เปิดเวบเมื่อ 24/12/2552
ปรับปรุงเวบเมื่อ 16/05/2555
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 95
 
บริการของร้านค้า
 
หน้าแรก
สินค้า
วิธีการชําระเงิน
ติดต่อเรา
ปฏิทินข่าวสาร
แจ้งการชำระเงิน
 

หมวดหมู่สินค้า/บริการ
 
ดัชนีราคา
รวมทุกหมวดหมู่ (95)
 แก้วโป่งข่าม ล้านนา และ ธาตุกายสิทธิ์
 ดาบ อาวุธโบราณ
 เศียรครู หัวโขน
 หุ่นขี้ผึ้ง พระเถระ เกจิ
 ครูบาอริยชาติ อริยจิตโต วัดแสงแก้วโพธิญาณ
 กะลาตาเดียว กะลามหาอุตม์
 องค์เทพขนาดเล็ก - ห้อยคอ
 


จดหมายข่าว
 
กรุณาใส่อีเมล์ของท่าน เพื่อรับข่าวสารที่น่าสนใจ
 

เว็บลิงค์
 
หลวงพ่อกวย
ชมรมคนรักกุมารทอง
บ้านจอมเวทย์
ตันตระสยาม
สำนักกายสิทธิ์
วิมุตติ
นิตยสารผี
 







 
ยินดีต้อนรับทุกท่าน สู่เวปไซต์"ร้านมังคะลัง ร้านแห่งศรัทธา" รวบรวมวัตถุมงคลของแท้ ! รับรองคุณภาพด้วยลูกค้าประจำนับพันรายชื่อ จึงมั่นใจได้ว่า ท่านจะได้รับวัตถุมงคลที่เป็นของดี ศักดิ์สิทธิ์มีพลังแท้ ทุึกชิ้น ให้บันเทิง แก้ปัญหา
Foreign Friends please CLICK HERE! for English version. 
 
欢迎各位过国内外客人参观我们所买的泰国吉祥物,请点这里  
----------------------------------------------------------------
อัพเดทข่าวสาร ความเคลื่อนไหวล่าสุด

1)  สถานะการจัดส่งวัตถุมงคล เดือนมีนาคม 2555
รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> แก้วโป่งข่าม ล้านนา และ ธาตุกายสิทธิ์ >> แก้ว โป่งข่าม ปวกเงิน + แ้ก้วเข้าแก้ว

แก้ว โป่งข่าม ปวกเงิน + แ้ก้วเข้าแก้ว - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
แก้ว โป่งข่าม ปวกเงิน + แ้ก้วเข้าแก้ว




  Tell a Friend

แก้ว โป่งข่าม ปวกเงิน + แ้ก้วเข้าแก้ว

รหัสสินค้า: 000117
มีผู้บูชาไปแล้ว (400 บาท) มังคะลังขอขอบพระคุณ
รายละเอียด:

แก้วโป่งข่าม ปวกเงิน + แก้วเข้าแก้ว

แก้วโป่งข่าม ปวกเงิน+แก้วเข้าแก้ว
 ขนาด 3.1 x 1.9 x 1.2 cm. เม็ด ใหญ่
(มีความคือ แก้วเข้าแก้ว และปวกเงิน-ปวกเทา) เจียรรูปหยดน้ำ มีรูร้อยเป็นจี้ห้อยคอ

ข้อความสรรพคุณ ความเชื่อ 108เรียบเรียงจาก
ตำราหินนำโชค-อัญมณี ของจีนโบราณ ยุโรป อินเดีย และของไทยโดยเฉพาะตำราทางล้านนา ทั้งที่จารึกเป็นภาษาล้านนา และปริวรรตแล้ว จึงมีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ และละเอียดหลากหลายมากขึ้นครับ

โป่งข่าม
ข้อมูล: โป่งข่าม (Rutilated Quartz)
แก้ว โป่งข่าม ก็คือหินควอทซ์ (Quartz) หรือที่เรียกกันว่า "หินเขี้ยวหนุมาน" ที่เรียกว่าหินเขี้ยวหนุมานนั้น สืบเนื่องมาจากลักษณะการก่อกำเนิดภายใต้พื้นผิวดิน ซึ่งลงตัวกันอย่างเหมาะเจาะกับรูปลักษณ์และคุณสมบัติของตัวเอง อันเปรียบได้กับเขี้ยวของ "หนุมาน" ที่ทรงอิทธิฤทธิ์
แก้วโป่งข่าม หรือหินควอทซ์นั้น เป็นผลึกของหินปูนที่มีแร่ซิลิกาปนอยู่จำนวนมาก ซึ่งคุณสมบัติของแร่ซิลิกา คือความสามารถในการปะจุพลังงานไว้ในตัว และคายพลังงานออกมารอบ ๆ ตัวเองได้
พลังงานที่กล่าวถึงนี้คือคลื่นพลังงานไฟฟ้าอันเกิดขึ้นจาก การเคลื่อนตัวของ "แมกม่า" ภายใต้ผิวโลก ซึ่งก่อให้เกิดสนามพลังงานซึ่งเรียกกันว่า "สนามแม่เหล็กโลก" การกระเพื่อมของสนามแม่เหล็กโลกนี้เองที่ทำการประจุและสะสมพลังงานในตัวของ แก้วโป่งข่าม (หรือหินควอทซ์) ซึ่งหลังจากผ่านกาลเวลานับล้าน ๆ ปี ทำให้พลังงานเหล่านี้มีมากพอที่จะกระจายออกมารอบ ๆ ตัวและเหนี่ยวนำปรับเปลียนพลังงานของสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเองได้
ดังนั้น จึงสามารถที่จะกล่าวได้ว่า ผู้ที่ปลุกเสกแก้วโป่งข่ามก็คือ "ธรรมชาติ" นั่นเอง พลังงานจากธรรมชาติซึ่งบริสุทธิ์ ปราศจากอารมณ์ อันเปรียบเสมือนกับการปลุกเสก "พระเครื่อง" ซึ่งต้องอาศัยพลังทางจิตที่บริสุทธิ์ ปราศจากอารมณ์ที่จะมาขวางหรือกรองพลังจิตให้อ่อนแอลงได้
เมื่ออยู่ภายใต้ผิวดิน แก้วโป่งข่ามสามารถที่จะดูดซับพลังงานจากธรรมชาติได้ ย่อมที่จะสามารถดูดซับพลังงานจากผู้ที่ครอบครองได้เช่นกัน ดังนั้นจึงเชื่อกันว่า แก้วโป่งข่ามสามารถที่จะประจุรูปแบบของชีวิต, ความคิด, เจตนารมณ์และความปรารถนาของผู้ที่เป็นเจ้าของ และเหนี่ยวนำปรับเปลี่ยนพลังงานเหล่านั้นให้กลมกลืนกัน อันมีผลในทางบำบัด ปรับเปลี่ยนสภาวะทางจิตใจ ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องไปถึงสุขภาพ, สมาธิ และการสนองตอบต่อเจตนารมณ์ของผู้ที่ครอบครองอีกด้วย

ก่อนที่แก้ว โป่งข่ามเม็ดหนึ่ง จะขึ้นมาประดับอยู่บนตัวเรือนแหวน หรือกำไลข้อมือ ให้สวมใส่กันสวยงาม แก้วโป่งข่ามต้องใช้เวลานับล้าน ๆ ปีในการก่อตัวขึ้นเป็นผลึกแท่งแก้ว รวมทั้งการบ่มเพาะสะสมพลังจากธรรมชาติ ล้วนต้องอาศัยกาลเวลาอันยาวนาน การรวมตัวกันของแร่ต่างชนิด ผสมผสานอย่างลงตัวกอปรขึ้นเป็นลวดลายอันวิจิตร สวยงามและมหัศจรรย์เกินกว่าการที่จะรังสรรค์ด้วยน้ำมือของมนุษย์

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าธรรมชาติจะสรรสร้างอย่างวิจิตรพิศดารเพียงใด ก็ดูเหมือนจะสูญเปล่า หากงานปฏิมากรรมที่ต้องผ่านห้วงเวลาอันยาวนานมิได้ถูกค้นพบ ดังนั้น ขั้นตอนแรกและนับว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด ก็คือการขุดค้นหาแก้วโป่งข่าม
การขุดค้นหาแก้วโป่งข่าม นับว่าเป็นงานที่หนักหนาสาหัสไม่น้อย เพราะดูเหมือนกับเป็นการเสี่ยงโชค ต้องอาศัย "ดวง" กันเป็นหลัก เนื่องจากไม่มีการใช้เทคโนโลยี่ทางวิทยาศาสตร์มาช่วยในการค้นหา การเลือกพื้นที่ ๆ จะทำการขุดจึงเป็นการเลือกแบบเดาสุ่ม โดยที่ไม่ทราบว่า ที่ ๆ ตนขุดลงไปนั้น จะพบแก้วโป่งข่ามหรือไม่ และจะต้องขุดลึกลงไปเท่าใด
ดังนั้น การ "บวงสรวง" เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าป่าเจ้าเขา จึงเข้ามามีบทบาทอย่างสำคัญ ในการเพิ่มความหวังและกำลังใจให้กับนักค้นหาแก้ว ตามความเชื่อของท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม การบวงสรวงก็มักจะนำมาซึ่งความสมหวังให้กับนักค้นหาแก้วอย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งทำให้พิธีกรรมเหล่านี้ ยังคงอยู่สืบเนื่องมานับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งไม่ใช่แต่เฉพาะชาวบ้านเท่านั้น แม้แต่คนสมัยใหม่และผู้ที่เป็นข้าราชการระดับสูง ก็เคยได้พานพบกับเรื่องอัศจรรย์นี้ด้วยเช่นกัน

ในการค้นหาแก้วโป่งข่าม นักขุดแก้วจะใช้ชะแลงเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการขุด เนื่องจากบริเวณที่ขุดค้นหามักจะเป็นดินปนหิน ทำให้การขุดค่อนข้างจะยากลำบากไม่ใช่น้อย ยิ่งขุดลึกลงไปมากเท่าใด ยิ่งยากลำบากมากขึ้นเป็นทวีคูณ เพราะนอกจากการขุดแล้ว ยังต้องนำเอาดินที่ขุดขึ้นมาไว้บนปากบ่ออีกด้วย
ดังนั้นจึงมีการรวมตัวกันของนักค้นหา แก้ว 2-3 คน "เข้าหุ้น" ช่วยกันขุดค้นหา โดยการผลัดเปลี่ยนกันทำหน้าที่ขุด และนำดินขึ้นบนปากบ่อ ซึ่งหากโชคดีได้พบบ่อแก้ว ก็จะทำการแบ่ง โดยอาจจะแบ่งแก้วให้แต่ละคนเท่า ๆ กัน หรืออาจจะนำไปขายแล้วนำเงินมาแบ่งกัน ก็แล้วแต่จะตกลงกันในกลุ่ม
อีกประการหนึ่ง ในการพบบ่อแก้วหากบังเอิญมืดเสียก่อน ก็จะต้องมีการนอนเฝ้ากัน เนื่องจากเกรงว่าจะมีผู้ไม่ประสงค์ดี มาลักลอบขุดบ่อของตนในตอนกลางคืน ซึ่งคนประเภทชุบมือเปิบเหล่านี้ ยังคงมีแฝงตัวอยู่ทั่วไปในสังคม ไม่ว่าจะเป็นสังคมเมืองที่ศิวิไลซ์ หรือสังคมชนบทที่ผู้คนส่วนใหญ่ยังมีความโอบอ้อมอารี แบ่งปันน้ำใจให้กันและกัน
โดยปกตินักขุดค้นหาแก้ว จะทำการขุดลงไปประมาณ 3-4 เมตร หากยังไม่พบ "สายแก้ว" (แท่งแก้วเล็ก ๆ เป็นแนวลงไปในพื้นดิน) หรือเกิดอาการ "ถอดใจ" แล้วแต่ว่าอย่างไหนจะเกิดขึ้นก่อน ก็มักจะทำการย้ายบ่อ หรือเปลี่ยนที่ขุด ซึ่งเท่ากับเป็นการเริ่มนับหนึ่งใหม่ ก็ถือว่าเป็นการ "เสี่ยงดวง" อีกเช่นกัน เนื่องจากมีบ่อยครั้ง ที่มีผู้มาขุดต่อ ขุดลงไปไม่ถึงฟุตก็ได้พบบ่อแก้วก็มี แบบนี้เรียกว่า "แล้วแต่ดวง"
การไปขุดแก้วแต่ละครั้ง นักค้นหาแก้วจะนำเอาอาหารไปด้วย และสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือน้ำ ซึ่งส่วนหนึ่งสำหรับดื่มแก้กระหาย และอีกส่วนหนึ่งสำหรับล้างแก้วที่ขุดได้ เนื่องจากแก้วมักจะมีดินพอกอยู่ ต้องล้างด้วยน้ำจึงจะทราบว่าตนเองขุดได้แก้วประเภทไหน ในบางครั้งน้ำที่เตรียมไว้สำหรับล้างแก้วหมด ก็จะนำน้ำสำหรับดื่มมาล้างแก้วแทน ซึ่งหากหมด และด้วยความใจร้อน ก็จะใช้ลิ้นเลียแก้วเอาเศษดินออก ทำให้ไม่เป็นที่น่าแปลกใจนักที่พบว่า นักขุดแก้วมักจะมีเศษดินติดอยู่ตามปากเสมอเวลากลับบ้านในตอนเย็น
ทำให้นึกถึงภาพของการดำรงชีวิตรอดแบบ "ปากกัดตีนถีบ" อย่างแท้จริง


พลัง :
ความเชื่อทางจีนกับยุโรปนั้น โป่งข่ามก็จะมีพลังงานจากการสะสมบ่มรวมของธรรมชาติเป็นเวลาล้านๆปี ภายใต้ความดัน และอุณหภูมิอย่างสูงมากๆ มีพลังเสมือควอร์ต
แต่ในความเชื่อทางล้านนา (ล้านนาเฉพาะ ไม่ใช่ความเชื่อของคนไทย) จัดโป่งข่ามอยู่ในประเภทแก้ว ซึ่งจำได้ว่าสมัยเด็กเคยอ่านตำราโบราณ ล้านนาไทยจำแนกอัญมณีเป็นสามพวกใหญ่ๆคือ แก้วหมายถึงอัญมณีโดยทั่วไปขอใ็ห้มีความใสก็ถูกเรียกว่าแก้วทั้งหมด อย่างที่สองคือ แสง คืออัญมณีที่มีเนื้อสีขุ่นทึบแต่มีความแวววาว นึกถึงง่ายๆคือพวก พลอยตาเสือ ตาเหยี่ยว สุดท้ายคือ เป๊ก ซึ่งหมายถึงเพชร นั่นเอง
ทีีนี้แก้วโป่งข่ามนั้น จริงๆแล้วใช้เรียก ควอร์ตที่ขุดค้นได้ จากหมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอเถินจังหวัดลำปาง เพียงแห่งเดียวในโลกเท่านั้น ที่อื่นแม้จะมีลักษณะเป็นควอร์ตและมีวัตถุหรือแร่ภายในก็ตาม ก็ไม่ใช่แก้วโป่งข่ามตามตำรา เนื่องจากแต่ละภูมิื้พื้นที่บนโลก สะสมประจุพลังต่างกัน
คำว่าโป่ง มุ่งหมายถึง แหล่ง หรือเหมืองเล็กๆ เช่นโป่งน้ำร้อน โป่งแยง เนื่องจากเป็นภาษาเหนือจึงไม่ได้มีความหมายว่าแหล่งดินที่มีความเค็มที่ สัตว์ป่าบางชนิดมากินได้ หรือเรียกว่ากินดินโป่ง
ส่วนคำว่า ข่าม แท้จริงไม่ได้หมายถึงเพียงคงกระพันตามที่หลายคนเข้าใจ แต่เนื่องจากหลายท่านพูดติดปากกันว่า ข่ามคง ซึ่งข่ามคงหมายถึงคงกระพัน ฟันแทงไม่เข้า แต่คำว่าข่าม หมายถึง ความเต็มไปด้วยพลังเวทย์ ความมีวิชาอาคม

ตามความเชื่อของล้านนา แก้วแต่ละชนิด มีค่า และมีพลังบันดาลโชค ต่างกันไป
อาทิ

 
แคล้วคลาดปลอดภัย แก้วสีฟ้า, แก้วเข้าแก้ว, แก้วขนเหล็กใส, แก้วขนเหล็กตัน, แก้วกาบ, แก้ว เนื้อลำไย
อำนาจ, วาสนา, เสริมบารมี แก้วนางขวัญ, แก้วสีฟ้า, แก้วสามกษัตริย์, แก้วหมอกมุงเมือง, แก้วประกายรุ้ง (รุ้งเจ็ดสี), แก้วสีม่วง, แก้วเข้าแก้ว
เมตตามหานิยม แก้วสีฟ้า, แก้วขนเหล็กใส, แก้วสามกษัตริย์, แก้ววิทูรสีน้ำผึ้ง, แก้วนางขวัญ, แก้ว ปวกสีต่าง ๆ
ยศและตำแหน่ง แก้วกาบ, แก้วพรหมสามหน้า, แก้วสีฟ้า, แก้วขนเหล็ก, แก้วสามกษัตริย์
โชคลาภ แก้วแรต่าง ๆ, แก้วสีฟ้า, แก้ววิทูรสีน้ำผึ้ง, แก้วขนเหล็ก, แก้วสามกษัตริย์, แก้วพิรุณแสนห่า, แก้วเข้าแก้ว, แก้วเนื้อลำไย
ร่ำรวย, มั่นคง แก้วสามกษัตริย์, แก้วเข้าแก้ว, แก้วกาบ, แก้วสีฟ้า, แก้วหมอกมุงเมือง, แก้วขนเหล็ก, แก้วพิรุณแสนห่า, แก้วเนื้อลำไย
อยู่เย็นเป็นสุข แก้วพิรุณแสนห่า, แก้วน้ำหาย, แก้วสีฟ้า, แก้วปวกสีต่าง ๆ, แก้วกาบ, แก้ววิทูรสีน้ำผึ้ง, แก้วแร, แก้วหมอกมุงเมือง
ป้องกันไฟ แก้วสีฟ้า, แก้วเข้าแก้ว, แก้ววิทูรสีน้ำผึ้ง, แก้วสามกษัตริย์


แก้วหมอกมุงเมือง(ในความเข้าใจใหม่)ffice:smarttags" name="PersonName">แก้วที่มีลักษณะเหมือนกับลายที่เกิดขึ้นในก้อนน้ำแข็งและลายผ้า ที่เกิดขึ้นในตัวแก้วจึงเรียกกันว่าหมอกมุงเมือง คือจะมีลักษณะลายสีขาว ๆ อาจจะมีทั้งขาวบาง ๆ หรืออาจจะขาวขุ่นหนาทึบเหมือนกับลักษณะของเมฆบนท้องฟ้าซึ่ง ก็แล้วแต่ละภูมิ อากาศ ว่าบางวันอากาศดีเมฆไม่มากไม่น้อย หรือบางวัน อากาศปิดฟ้ามืดทืบเมฆก็จะมาก หมอกมุงเมืองบาง เม็ดอาจจะมีเพียงริ้วบาง ๆ และแทรกด้วยสีฟ้าอ่อน ๆ หรือบางเม็ดอาจจะมีลักษณะ เหมือนกับควันไฟก็ได้

........เชื่อกันว่าแก้วประภาหมอกมุงเมืองนั้นดี หากผู้ใดได้ครอบครองแล้ว ทำให้ เกิดความชุ่มเย็นกับผู้ครอบครองและสมาชิกในครอบครัวอีกทั้งจะ บริบูรณ์ด้วยทรัพย์ สินเงินทองและข้ารับใช้ ส่วนอีกด้านหนึ่งนั้นเหมาะนักแลกับผู้ที่ฝึกสมาธิเพราะจะ เพิ่มพูนส่งเสริม สมาธิให้กับผู้ใช้ ........ อีกทั้งแต่โบราณยังใช้แก้วประภาหมอกมุงเมืองเป็น เครื่องมือในการทำการเสี่ยง ทาย หรือเพ่งดูภาพนรกสวรรค์ทางสมาธิ จึงนับได้ว่า แก้วประภาหมอกมุงเมืองมีคุณค่า อเนกอนันต์นักแล

ผู้ ที่ต้อง การเสริมบารมีหรือต้องการนำไปส่งเสริมในการฝึกสมาธิ โดยไม่จำเป็นต้องดูวันเกิดว่าตรงหรือไม่ คำว่า “หมอกมุงเมือง” นั้นเป็นภาษาลานนา หมายถึง มีความร่มเย็นตลอดเวลา ดังหมอกมุงเมืองไว้ คือไม่มีความเดือดร้อนเลย จนนำมาเป็นชื่อแก้วโป่งข่ามชนิดนี้ และบางท่านที่หาแก้วชนิดนี้ไม่ได้คืออยู่ในดินแดนที่ห่างไกลออกจากแหล่งแก้ว โป่งข่ามก็จะหา คาถาอาคมที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชื่อว่า “หมอกมุงเมือง” เช่นกัน เรื่องนี้ท่านอาจารย์ปริญญา ณ เชียงใหม่ ผู้ที่ค้นคว้าเรื่องเลขยันต์เมืองเหนือที่จัดว่าเชี่ยวชาญท่านหนึ่งก็เคย เล่าให้ฟังว่ามี ตะกรุดที่ชื่อ “หมอกมุงเมือง” เช่นกันและยังบอกว่าคำว่าหมอกมุงเมืองนี้นอกจากร่มเย็นมั่งคั่งแล้ว ยังเป็นข่ามคง สีหนาถ ด้วยจึงจัดว่าครบเครื่องครับ อีกประการ คำว่า “หมอกเมือง” หรือ “เมฆเมือง” ในตำราพิไชยสงครามโบราณยังให้ความหมายถึงบรรดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่าง เทพประจำเมือง (เจ้าพ่อหลักเมือง) ด้วยดังนั้น คำว่าหมอกมุงเมืองจึงมีนัยความหมายว่า เป็นแก้วที่มีเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ในระดับเทพประจำเมืองคอยคุ้มครองทีเดียว

จาก การสอบถามนักวิจัยทางภาษาศาสตร์ทางล้านนาของ มหาวิทยาลัยเชียนังงใหม่ที่ผมเคารพ และมีรู้จักพอสมควร อ.เกริก อัครชิโนเรศ และพระอาจารย์ชัยวิทย์ วัดท่าทุ่ม หนึ่งในทีมผู้คำนวนปฎิทินล้านนาดั้งเดิม
เห็นตรงกันกับความในหนังสือนะครับ

ทำให้ทราบเพิ่มเติมว่า นอกจากตะกรุดแล้ว
หมอกมุงเมือง ยังเป็นชื่อเชิงดาบ ที่เป็นลักษณะของเชิงในการตั้งรับ คุ้มครองรอบกายผู้ถือดาบ
และที่หลายท่านไม่ทราบคือ
บนหลังช้างทั้ง 8 ตัว รอบพระเจดีย์หลวง วัดเจดีย์หลวง ยังได้จารยันต์หมอกมุงเมืองนี้ไว้บนหลัง เพื่อคุ้มครองบ้านเมืองครับผม

ท่าน อ. บอกว่า เวียง จริงๆแล้วแปลว่า รั้ว
ส่วนเมือง แปลว่า ที่ที่เจริญแล้วตามภาษาล้านนา คนเมือง จึงหมายความว่า อารยชน หรือผู้มีวัฒน มีความเจริญครับ

********************************************************************
yes
ประสบการณ์ และบทความต่างๆของวัตถุมงคล
ตลอด จน ความเชื่อ พิธีกรรม ศาสนา ความรู้ต่างๆ เข้าชมได้ที่
 
 
===================================                
ร้านมังคะลัง ร้านแห่งศรัทธา "108การันตี"
..ขลังแท้ ของแท้ แน่นอน..
โทรสอบถามได้ที่ 08-6918-0424
MSN: ออนดึกๆทุกวันครับ
Palungjit108@hotmail.com

ทุกๆการสั่งซื้อ 1-20 บาท จะนำทำบุญเข้าวัดและบริจาคมูลนิธิการกุศล
อุทิศถวายครูบาอาจารย์ และเจ้ากรรมนายเวรและสัมภเวสีที่ไร้ญาติทั้งหลาย
====================================
สินค้า/บริการ แนะนํา
 
สร้อยข้อมือ ไหมทอง (Rutile quarz) 14 MM
มีผู้บูชาแล้ว มังคะลังขอขอบพระคุณ
สร้อยข้อมือมุกจ้าวสมุทร 12MM
3,500.00 บ.
800.00 บ.
สร้อยข้อมือไหมเงิน (Rutile quarz) 10 MM
600.00 บ.
490.00 บ.
หน้าแรก  |  สินค้า  |  เว็บบอร์ด  |  เกี่ยวกับเรา  |  บทความ  |  วิธีการชําระเงิน  |  ติดต่อเรา  |  Sitemap
© 2001- . TARAD.com. All Rights Reserved.